© 2018 By โรงพยาบาลสหเวช : http://www.sahavej.com

เลขที่ 2/158 ถนนศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร 66000

Tel: 056-612096, 056-612791-2

  • Facebook Social Icon

เวียนศีรษะบ้านหมุน

เวียนศีรษะบ้านหมุน

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์เวียนศีรษะจนบ้านหมุนมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่แทบทุกคนที่เคยมีอาการนี้ คงจดจำประสบการณ์นั้นได้ไม่รู้ลืม วันที่ลุกขึ้นจากที่นั่ง หรือเตียงนอนตามปกติแต่ทุกสิ่งทุกย่างรอบตัวกลับไม่ปกติ เหมือนยังกับบ้านทั้งหลังและโลกทั้งใบหมุนติ้วไปมาไม่ยอมหยุด จนคุณต้องยอมจำนนต่ออาการนี้ โดยการทรุดตัวลงนอนแต่โดยดี แต่ถึงคุณยอมจำนนขนาดนั้น เจ้าอาการนี้ก็ไม่ยอมปล่อยคุณไปง่ายๆ ยังคงจับคุณเหวี่ยงหมุนไปมา จนบางครั้งคุณถึงขั้นอาเจียนออกมาจนอ่อนเพลีย อาการเช่นนี้มีสาเหตุจากอะไรได้บ้างและเรามีวิธีเบื้องต้นในการรับมืออย่างไร
  โรคเวียนศีรษะจนบ้านหมุน ตรงกับศัพท์ทางการแพทย์ว่า Vertigo ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่ที่รุนแรงน้อยซึ่งพบได้บ่อย จนถึงรุนแรงมาก ตามปกตินั้นการทรงตัวและการก้าวเดินของคนเราต้องอาศัยอวัยวะหลายส่วนที่ทำงานประสานสอดคล้องกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่ระบบการรับภาพ อวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ระบบประสาทรับสัมผัสต่างๆที่จะคอยให้ข้อมูลแก่สมองส่วนหลัง หรือบางท่านเรียกว่าสมองน้อย(Cerebellum) ว่าในขณะนั้นร่างกายเราดำรงอยู่ในตำแหน่งไหน เคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งหากมีความผิดปกติใดๆก็ตามเกิดขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะส่งผลต่อการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกายทันที ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะที่รุนแรงจนบ้านหมุนขึ้นมาได้

ผมขอยกตัวอย่างโรคที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะจนบ้านหมุน ที่พบบ่อยๆ ให้พอผ่านตากันนะครับ
• โรคเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่าทาง (benign paroxysmal positioning vertigo: BPPV) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบได้บ่อยที่สุด โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของหูชั้นใน จึงพบมากในผู้สูงอายุ อาการเฉพาะของโรคนี้คือ อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่เกิดขึ้นทันทีทันใดในขณะเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ เช่น ระหว่างกำลังล้มตัวลงนอนหรือลุกจากที่นอน เงยหน้า ก้มหยิบของ เป็นต้น อาการมักจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เป็นแค่ช่วงวินาทีที่ขยับศีรษะ แล้วอาการจะค่อยๆ หายไป
• โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่าอาการของโรคเป็นผลจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุนอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน  อาการเวียนศีรษะที่เกิดจากโรคนี้อาจนานเป็นนาทีจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งในระหว่างที่เกิดอาการ ผู้ป่วยควรอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับศีรษะ เพราะอาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีการได้ยินลดลงและมีเสียงดังในหูได้ด้วย
• โรคอื่นๆ เช่น โรคเนื้องอกของประสาทการทรงตัวหรือเส้นประสาทการได้ยิน (acoustic neuroma) ,การอักเสบของหูชั้นใน (labyrinthitis),เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ (vertebra-basilar insufficiency) เป็นต้น

การดูแลและปฏิบัติตัวเบื้องในยามฉุกเฉินของผู้ที่มีอาการมีดังนี้  
• หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะในระหว่างเกิดอาการ เช่น การหมุนหันศีรษะเร็วๆ การเปลี่ยนแปลงท่าทางอิริยาบถอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
• หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มสุราหรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น
• ไม่ควรอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การขับขี่ยานพาหนะ หรืออยู่ในที่สูง

อาการปวดศีรษะอาจทำได้นอกจากนี้ผมขอนำวิธีฝึกบริหารเพื่อช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะแบบง่ายและสามารถทำได้เองมาให้ลองทำเมื่อมีอาการกันดูนะครับ การบริหารแบบนี้มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า  Brandt-Daroff exerciseโดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ
• เริ่มต้นในท่านั่งตัวตรง
• ล้มตัวลงนอนในท่าตะแคงข้างใดข้างหนึ่งโดยให้ใบหน้าหรือปลายจมูกชี้ขึ้นทำมุมประมาณ 45 องศา
 • ค้างอยู่ในท่านอนนั้นอย่างน้อยประมาณ 30 วินาทีจนอาการเวียนศีรษะหายไป จากนั้นจึงกลับสู่ท่านั่งตัวตรงตามเดิม
 • เริ่มทำแบบเดิมโดยเปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงอีกข้างหนึ่ง โดยควรทำซ้ำอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง
   อย่างไรก็ตามหากใครมีอาการมากจนคลื่นไส้อาเจียน อาจไม่เหมาะกับการฝึกบริหารด้วยวิธีต่างๆนะครับ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจะดีกว่าครับ

สาระสุขภาพ โดย นพ.ชวโรจน์  เกียรติกำพล